โยธาไทยออกแบบ คสล.เบต้า

ผนังรับแรงแทนเสา

ออกแบบผนัง คสล. ให้รับน้ำหนักแนวดิ่งแทนเสาแถวหนึ่ง — คิดเป็นองค์อาคารรับแรงอัดตามข้อกำหนดเสา แต่ใช้เกณฑ์เหล็กขั้นต่ำของกำแพงตามกฎกระทรวง พร้อมคิดผลจากช่องเปิดและแรงกดเฉพาะที่จากคาน

ว.ส.ท. ไม่มีสูตรสำเร็จเฉพาะกำแพงรับน้ำหนัก

มาตรฐานวิธีหน่วยแรงใช้งานกำหนดให้กำแพงรับน้ำหนักต้องออกแบบเป็น องค์อาคารรับแรงอัด เหมือนเสา แต่เหล็กเสริมขั้นต่ำต้องใช้เกณฑ์ของกำแพงตามกฎกระทรวง ไม่ใช่ของเสา — ถ้าเผลอใช้เกณฑ์เสา (≥ 1% ของหน้าตัด) กับกำแพงหนา 15 ซม. จะต้องใส่เหล็กถึง 15 ตร.ซม. ต่อความยาวหนึ่งเมตร ซึ่งไม่มีใครสร้างจริง

ช่องเปิดไม่ได้ทำให้แรงหายไป น้ำหนักจากชั้นบนต้องเบียดผ่านส่วนที่เหลือทั้งหมด แรงต่อเมตรตรงเสาผนังระหว่างช่องเปิดจึงมากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งแผงเสมอ

ข้อมูลผนัง

รูปทรง
1รูปทรง
ไม่บังคับ
ม.

ความยาวต่อเนื่องของผนังหนึ่งแผง วัดจากมุมหรือรอยต่อควบคุมถึงอีกด้าน

ซม.

ต่ำสุดที่ทำงานเป็นองค์อาคารรับแรงอัดได้จริงคือ 10 ซม. — ทั่วไปใช้ 15–20 ซม.

ม.

วัดจากพื้นถึงท้องพื้น/คานชั้นบน — ยิ่งสูงยิ่งชะลูด กำลังที่ใช้ได้จะถูกลดลง

น้ำหนักบรรทุก
2น้ำหนักบรรทุก
กก./ม.

น้ำหนักรวมที่พื้น/คานชั้นบนถ่ายลงกำแพง ต่อความยาวกำแพงหนึ่งเมตร — หาได้จากผลรวมน้ำหนักคงที่และน้ำหนักบรรทุกจรของพื้นที่รับน้ำหนักที่พาดเข้ากำแพงนี้

ม.

รวมความกว้างประตูและหน้าต่างทั้งหมดในแผงนี้ — เว้นว่างหรือใส่ 0 ถ้าไม่มีช่องเปิด

กก.

ถ้ามีคานลงบนกำแพงเป็นจุดเฉพาะที่ (ไม่ใช่พื้นที่กระจายทั้งแผง) — เว้นว่างถ้าไม่มี

ซม.

ความกว้างจริงที่ปลายคานวางบนกำแพง — ต้องกรอกคู่กับน้ำหนักจุดข้างต้นจึงจะตรวจหน่วยแรงแบกทานได้

เหล็กเสริมและวัสดุ
3เหล็กเสริมและวัสดุ

เว้นว่างหรือใส่ 0 = ใช้ขั้นต่ำตามกฎกระทรวงให้อัตโนมัติ — ใส่ค่าที่มากกว่าได้ถ้าต้องการกำลังรับแรงอัดเพิ่ม เช่น 0.005

กก./ซม.²

งานผนังรับแรงทั่วไปใช้ 210–240

รูปผนังรับแรง

ยาว 6 ม.สูง 3 ม.
รูปด้านผนังรับแรง — ลูกศรคือน้ำหนักจากชั้นบนที่กระจายลงตลอดแนว

ช่องเปิดไม่ได้ทำให้แรงหายไป น้ำหนักจากชั้นบนต้องเบียดผ่านส่วนที่เหลือทั้งหมด แรงต่อเมตรตรงเสาผนังจึงมากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งแผงเสมอ

หนา 15 ซม.RB6 @ 15 ซม.RB9 @ 20 ซม.
รูปตัดขวางความหนากำแพง — หนาไม่เกิน 20 ซม. วางตะแกรงเดียวกลางความหนาได้

ใช้กำลังไป 47% ของที่รับได้ — เหลือกำลังสำรองไว้เผื่อการทรุดตัวไม่เท่ากันและแรงที่ยังไม่ได้ตรวจ (ลม/แผ่นดินไหวในระนาบ)

สรุปผลการออกแบบ

ผ่านเกณฑ์
แรงอัดออกแบบ
20000กก./ม.
กำลังที่ใช้ได้
42369กก./ม.
ใช้กำลังไป
47%
เหล็กแนวดิ่ง
RB6 @ 15ซม.
เหล็กแนวราบ
RB9 @ 20ซม.
ความชะลูด h/t
20(ชะลูด)
1

รายการคำนวณ

ทุกค่ามีที่มาอ้างอิงกำกับ

  1. 1ความยาวรับแรงสุทธิ6ม.

    ความยาวกำแพงที่ยังรับน้ำหนักได้จริงหลังหักช่องประตูหน้าต่างออก — น้ำหนักจากชั้นบนไม่ได้หายไปตามช่องที่เจาะ แต่ต้องเบียดผ่านส่วนที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมด

    ความยาวกำแพง − ความกว้างช่องเปิดรวม=6 − 0=6 ม.
  2. 2แรงอัดออกแบบ20,000กก./ม.

    น้ำหนักแนวดิ่งต่อความยาวหนึ่งเมตรที่กำแพงส่วนที่เหลือต้องรับจริง

  3. 3h/t20

    อัตราส่วนความชะลูดของกำแพง — เกิน 15 ถือว่าชะลูด ต้องลดกำลังลง เพราะกำแพงสูงและบางจะโก่งออกด้านข้างก่อนที่คอนกรีตจะถูกบดอัดจนวิบัติ

    ความสูงอิสระ ÷ ความหนา=300 / 15=20

    อ้างอิง: ว.ส.ท. 6.1 องค์อาคารรับแรงอัด หน้า 105–108

  4. 4R0.537

    ตัวคูณลดกำลังของกำแพงชะลูด โดยรัศมีไจเรชัน r = 0.30 × ความหนา = 4.5 ซม.

    R = 1.07 − 0.008(h′/r) ≤ 1.0=1.07 − 0.008 × 66.67=0.537

    อ้างอิง: ว.ส.ท. 5303 6.4 องค์อาคารชะลูด หน้า 123–126

  5. 5เหล็กแนวดิ่ง1.8ซม.²/ม.

    อัตราส่วนขั้นต่ำ 0.0012 ของหน้าตัดคอนกรีตทั้งหมด (ใช้เกณฑ์ต่ำกว่าได้เพราะเป็นเหล็กข้ออ้อยขนาดไม่เกิน Ø16 และกำลังครากไม่น้อยกว่า 392 เมกะปาสกาล) — เหล็กแนวดิ่งของกำแพงมีหน้าที่ยึดรอยร้าวและช่วยรับแรงอัดเล็กน้อย ไม่ได้เป็นเหล็กหลักเหมือนเหล็กยืนเสา จึงต้องการน้อยกว่าเสามาก

    As = ρ × 100 × ความหนา=0.0012 × 100 × 15=1.8 ซม.²/ม.

    อ้างอิง: กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 ข้อ 29(11) เหล็กเสริมกำแพง หน้า 29–33

  6. 6เหล็กแนวราบ3ซม.²/ม.

    อัตราส่วนขั้นต่ำ 0.002 ซึ่งสูงกว่าแนวดิ่ง เพราะกำแพงหดตัวตามความยาวได้มากกว่าตามความสูง รอยร้าวจากการหดตัวจึงเป็นรอยตั้งที่ต้องใช้เหล็กนอนยึด

    อ้างอิง: กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 ข้อ 29(11) เหล็กเสริมกำแพง หน้า 29–33

  7. 7P กำแพงสั้น78,948กก./ม.

    กำลังรับแรงอัดต่อความยาวหนึ่งเมตร คิดตามข้อกำหนดองค์อาคารรับแรงอัดปลอกเดี่ยว — ว.ส.ท. วิธีหน่วยแรงใช้งานไม่มีสูตรสำเร็จเฉพาะกำแพงแยกไว้ต่างหาก มาตรฐานให้ออกแบบกำแพงรับน้ำหนักเป็นองค์อาคารรับแรงอัด

    P = 0.85 × Ag × (0.25fc′ + fs·ρ)=0.85 × 1500 × (0.25×240 + 1600×0.0012)=78,948 กก./ม.

    อ้างอิง: ว.ส.ท. 6602–6606 6.1 เสาสั้นรับน้ำหนักตามแนวแกน หน้า 105–108

  8. 8P ที่ใช้ได้42,369กก./ม.

    กำลังหลังคูณตัวคูณลดของกำแพงชะลูด

    P × R=78948 × 0.537=42,369 กก./ม.
คำเตือน: กำแพงชะลูด (h/t = 20) กำลังถูกลดเหลือ 54% — วิธีนี้คิดกำแพงเป็นองค์อาคารรับแรงอัดตามข้อกำหนดเสา ซึ่งให้ผลระมัดระวังกว่าวิธีสำเร็จเฉพาะกำแพง ถ้าผลออกมาไม่ผ่านเพียงเล็กน้อย การเพิ่มความหนาอีกไม่กี่เซนติเมตรมักช่วยได้มาก เพราะความชะลูดลดลงเป็นสองต่อ ทั้งจากตัวหารที่โตขึ้นและพื้นที่หน้าตัดที่เพิ่มขึ้น
คำเตือน: กำแพงหนา 15 ซม. วางเหล็กตะแกรงเดียวกลางความหนาได้ แต่ต้องมีลูกปูนหนุนให้อยู่กลางจริง — เหล็กที่เบียดไปชิดผิวด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้อีกด้านไม่มีเหล็กยึดรอยร้าวเลย
คำเตือน: ผนังรับแรงรื้อไม่ได้ตลอดอายุอาคาร ต่างจากผนังกั้นห้องธรรมดาที่ทุบทิ้งได้ — ต้องระบุไว้ในแบบให้ชัดว่าผนังแนวไหนเป็นผนังรับน้ำหนัก และแจ้งเจ้าของอาคารไว้เป็นลายลักษณ์อักษร · ตึกแถวที่ทุบผนังร่วมออกเพื่อขยายพื้นที่ร้านคือสาเหตุการถล่มที่เกิดขึ้นจริงซ้ำแล้วซ้ำอีก
คำเตือน: โมดูลนี้ตรวจเฉพาะแรงอัดในระนาบกำแพงและแรงกดเฉพาะที่ ยังไม่ได้ตรวจแรงด้านข้างที่กระทำตั้งฉากกับผนัง เช่นแรงลมกับผนังภายนอก หรือแรงแผ่นดินไหวในระนาบ — ถ้ากำแพงนี้ทำหน้าที่ต้านแรงด้านข้างของอาคารด้วย ต้องออกแบบเป็นกำแพงรับแรงเฉือนเพิ่มต่างหาก