โยธาไทยออกแบบ คสล.เบต้า

ถังเก็บน้ำทรงกระบอกวางบนดิน

ออกแบบผนังถังกลมรับแรงดึงตามวงแหวน (hoop tension) ด้วยฐานหมุนได้อิสระซึ่งทั้งสมจริงและปลอดภัยกว่าฐานยึดแน่น — ต่างจากถังเหลี่ยมที่ผนังรับแรงแบบดัด

ผนังถังกลมไม่ได้ดัดตัวเหมือนถังเหลี่ยม แต่ถูกดึงยืดรอบวง

แรงดันน้ำด้านในดันผนังให้ขยายออก ผนังจึงถูกดึงยืดรอบวงแหวน ไม่ใช่ถูกดัดโค้ง เหมือนผนังถังเหลี่ยม — และแรงดึงนี้ไม่ได้มากสุดที่ก้นถังอย่างที่คิดง่ายๆ เพราะฐาน ยึดผนังไม่ให้ขยายตัว แรงดึงจึงเป็นศูนย์ที่ฐาน ไล่ขึ้นไปสูงสุดที่ราว 0.7 เท่าของความลึก น้ำจากผิวน้ำ แล้วลดลงอีกใกล้ผิวน้ำ

ใช้สัมประสิทธิ์จากตาราง PCA-C ที่ตรวจสอบไขว้จากตัวอย่างคำนวณจริงสองแหล่งอิสระ — มีข้อมูลยืนยันเฉพาะช่วง H²/(Dt) ระหว่าง 6.5–9.0 นอกช่วงนี้ระบบจะเตือนให้ชัดเจน

ข้อมูลถัง

ขนาดถัง
1ขนาดถัง
ไม่บังคับ
ม.

วัดผิวในถึงผิวใน — ยิ่งใหญ่ยิ่งจุน้ำได้มาก แต่ก็มีผลต่ออัตราส่วน H²/(Dt) ที่ควบคุมแรงดึงวงแหวนด้วย

ม.

ระดับน้ำสูงสุดที่ใช้งานจริง ไม่รวมระยะเผื่อขอบบน

ม.

ผนังต้องสูงกว่าระดับน้ำเผื่อคลื่นกระเพื่อมและกันน้ำล้น ทั่วไปใช้ 0.2–0.3 ม.

ซม.

ต่ำสุดที่เทและจี้คอนกรีตรอบวงได้ทั่วจริงคือ 15 ซม. — หนาขึ้นช่วยทั้งกำลังรับแรงดึงและลดอัตราส่วน H²/(Dt) ให้อยู่ในช่วงที่ตรวจสอบแล้ว

ซม.

พื้นถังวางบนดิน ไม่ได้รับแรงดัดจากการออกแบบในโมดูลนี้ ความหนาจึงกำหนดจากเกณฑ์ปฏิบัติ

วัสดุ
2วัสดุ
กก./ซม.²

งานถังเก็บน้ำทั่วไปใช้ 210–240 — ควรใช้คอนกรีตที่แน่นและกันซึมดี

กก./ซม.²

ตั้งต่ำกว่างานทั่วไป (ปกติ 1,700) เพื่อคุมความกว้างรอยร้าวโดยอ้อม — ค่าที่ใช้กันในทางปฏิบัติอยู่ราว 1,200–1,400 ปรับได้ถ้ามีเกณฑ์อื่นกำหนดไว้

รูปถังเก็บน้ำทรงกระบอก

⌀ 3 ม.
แปลนบน — เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 3 ม.
แรงดึงสูงสุดที่ 0.7Hฐาน = ศูนย์ (ยึดไม่ให้ขยาย)สูง 2.3 ม.⌀ 3 ม. (+ผนัง 15 ซม.)RB9 @ 20 ซม.
รูปตัดขวาง — เส้นสีส้มด้านขวาคือรูปทรงแรงดึงวงแหวนตามความสูง (ไม่ใช่มาตราส่วนจริง แค่แสดงรูปทรง)

แรงดึงวงแหวนไม่ใช่เส้นตรงตามความลึกอย่างที่คิดง่ายๆ — เป็นศูนย์ที่ฐาน (เพราะฐาน ยึดไม่ให้ผนังขยายตัวออก) และเป็นศูนย์ที่ผิวน้ำ (ไม่มีน้ำกด) แต่สูงสุดที่ระหว่างกลาง ราว 0.7 เท่าของความลึกน้ำจากผิวน้ำ เหล็กวงแหวนจึงออกแบบจากค่าสูงสุดนี้ใช้สม่ำเสมอ ตลอดความสูงผนัง ไม่ใช่มากสุดที่ฐานอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ

สรุปผลการออกแบบ

ผ่านเกณฑ์
ความจุ
14.14ม.³
H²/(Dt)
8.889
แรงดึงวงแหวนสูงสุด
2131.5กก./ม.
เหล็กวงแหวน
RB9 @ 20ซม.
เหล็กแนวดิ่ง
RB9 @ 30ซม.
อยู่ในช่วงตรวจสอบแล้วหรือไม่
อยู่ในช่วง
1

รายการคำนวณ

ทุกค่ามีที่มาอ้างอิงกำกับ

  1. 1ความจุ14.14ม.³

    ปริมาตรน้ำที่เก็บได้ (พื้นที่หน้าตัดวงกลมภายใน × ความลึกน้ำ)

    π × R² × ลึกน้ำ=π × 1.5² × 2=14.14 ม.³
  2. 2H²/(Dt)8.89

    อัตราส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมเปลือกทรงกระบอก — ยิ่งสูง (ถังสูง/บางเทียบสัดส่วน) แรงดึงวงแหวนยิ่งเข้าใกล้ทฤษฎีง่ายมากขึ้น ยิ่งต่ำ (ถังเตี้ย/หนา) ฐานยิ่งมีผลลดแรงดึงมากขึ้น

    ความลึกน้ำ² ÷ (เส้นผ่านศูนย์กลาง × ความหนาผนัง)=2² / (3 × 0.15)=8.89

    อ้างอิง: PCA Design Method Table A-5 (ฐานหมุนได้อิสระ) หน้า circular-water-tank-hoop-tension.md

  3. 3สัมประสิทธิ์แรงดึงสูงสุด0.711

    จากตาราง PCA-C (Table A-5) ที่ตำแหน่ง 0.7H จากผิวน้ำ — จุดที่แรงดึงวงแหวนสูงสุดเกิดขึ้นเสมอในข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว

    อ้างอิง: PCA Design Method Table A-5 หน้า circular-water-tank-hoop-tension.md

  4. 4T สูงสุด2,131.5กก./ม.

    แรงดึงวงแหวนสูงสุดต่อความสูงผนัง 1 ม. — ใช้ค่านี้ออกแบบเหล็กวงแหวนสม่ำเสมอตลอดทั้งผนัง ตามวิธีลดรูปที่เอกสารต้นทางรับรอง (ปลอดภัยกว่าเส้นโค้งจริงเสมอ เปลืองเหล็กกว่าเล็กน้อย)

    สัมประสิทธิ์ × γ_น้ำ × ลึกน้ำ × รัศมี=0.711 × 1,000 × 2 × 1.5=2,131.5 กก./ม.
  5. 5fs ที่ใช้1,400กก./ซม.²

    หน่วยแรงดึงที่ยอมให้ของเหล็ก — ตั้งต่ำกว่างานทั่วไปเพื่อคุมรอยร้าว เพราะเหล็กยืดน้อยลง รอยร้าวจึงแคบลง เหมือนถังเหลี่ยม

    อ้างอิง: ประกาศ มท. 2567 ข้อ 29(14)(จ) — รอยร้าวอาคารกักเก็บน้ำ ≤ 0.10 มม. หน้า 38

  6. 6As วงแหวนจากแรงดึง1.523ซม.²/ม.

    พื้นที่เหล็กวงแหวนที่ต้องการจากแรงดึงสูงสุด

    T สูงสุด ÷ fs=2131.5 / 1400=1.523 ซม.²/ม.
  7. 7As ขั้นต่ำแนวราบ 3 · แนวดิ่ง 1.8 ซม.²/ม.

    เหล็กขั้นต่ำของกำแพง คสล. — แนวราบ 0.002 · แนวดิ่ง 0.0012 ของหน้าตัดคอนกรีต (ใช้เกณฑ์เดียวกับกำแพงทั่วไปตามกฎกระทรวง เพราะไม่มีเกณฑ์เฉพาะถังกลม)

    แนวราบ 0.002 × 100 × 15 · แนวดิ่ง 0.0012 × 100 × 15=แนวราบ 3 · แนวดิ่ง 1.8 ซม.²/ม.

    อ้างอิง: ประกาศ มท. 2567 ข้อ 29 — เหล็กขั้นต่ำกำแพง คสล. หน้า 38

  8. 8เหล็กวงแหวน (แนวนอน)RB9 @ 20 ซม. (ได้ 3.18 ≥ 3 ซม.²/ม.)

    เหล็กหลักของถังกลม รับแรงดึงวงแหวนโดยตรง วางเป็นห่วงรอบผนังสม่ำเสมอตลอดความสูง ตามวิธีลดรูปที่ใช้

  9. 9เหล็กแนวดิ่งRB9 @ 30 ซม. (ได้ 2.12 ≥ 1.8 ซม.²/ม.)

    วิธีลดรูปแบบฐานหมุนได้อิสระถือว่าไม่มีโมเมนต์ดัดในผนัง เหล็กแนวดิ่งจึงใส่ตามเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อยึดเหล็กวงแหวนให้อยู่ตำแหน่งและคุมรอยร้าวจากการหดตัว ไม่ได้รับแรงดัดจากการออกแบบ

  10. 10ทรายหยาบรองพื้น0.353ลบ.ม.

    บดอัดแน่นทำหน้าที่เป็นท้องแบบหล่อ กันดินไหลปนเนื้อคอนกรีต และปรับระดับก้นหลุมที่ขุดมาไม่เรียบให้ได้ระดับก่อนวางเหล็ก

    พื้นที่ × ความหนาทราย=7.069 × 0.05=0.353 ลบ.ม.

    อ้างอิง: เกณฑ์ปฏิบัติงานก่อสร้างทั่วไป ชั้นทรายรองพื้น หน้า foundation-bedding-sand-lean-concrete.md

  11. 11คอนกรีตหยาบ0.353ลบ.ม.

    คอนกรีตกำลังต่ำไม่เสริมเหล็ก ผสม 1:3:5 โดยปริมาตร กันน้ำปูนจากคอนกรีตตัวจริงไหลซึมลงดิน และให้ผิวเรียบควบคุมระยะหุ้มเหล็กชั้นล่างสุดได้แม่นยำ

    พื้นที่ × ความหนาคอนกรีตหยาบ=7.069 × 0.05=0.353 ลบ.ม.

    อ้างอิง: เกณฑ์ปฏิบัติงานก่อสร้างทั่วไป คอนกรีตหยาบ (lean concrete) หน้า foundation-bedding-sand-lean-concrete.md

คำเตือน: ความหนาที่แน่นอนควรอ้างอิงรายงานสำรวจดินหรือแบบที่วิศวกรผู้ออกแบบระบุไว้ถ้ามี — ตัวเลขเริ่มต้นนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวทางกฎหมาย ดินอ่อนหรือฐานรากขนาดใหญ่มักต้องหนากว่านี้
คำเตือน: สมมติฐานฐานหมุนได้อิสระ (hinged base) ต้องมีรอยต่อยืดหยุ่นพร้อมแผ่นกันซึม (waterstop) ระหว่างผนังกับพื้นจริงหน้างาน — ถ้าหล่อผนังติดพื้นแบบยึดแน่น (ไม่มีรอยต่อ) พฤติกรรมจริงจะต่างจากที่คำนวณ ต้องให้วิศวกรตรวจแยก
คำเตือน: โมดูลนี้ออกแบบเฉพาะถังวางบนดินเท่านั้น ไม่ใช่ถังฝังใต้ดิน — ถังฝังใต้ดินต้องคิดแรงดันดินกระทำเปลือกทรงกระบอกเพิ่ม ซึ่งซับซ้อนกว่านี้และยังไม่ได้ตรวจสอบ
คำเตือน: ไม่ได้คำนวณความกว้างรอยร้าวจริง ใช้วิธีจำกัดหน่วยแรงในเหล็กให้ต่ำแทนเพื่อคุมรอยร้าวโดยอ้อม — เหมือนถังเหลี่ยม
คำเตือน: ต้องทดสอบการรั่วซึมด้วยการขังน้ำเต็มถังก่อนใช้งานจริง ตามที่ประกาศ มท. 2567 ข้อ 29(14)(จ) กำหนดให้วิเคราะห์กรณีขังน้ำ
คำเตือน: รอยต่อการเทคอนกรีตระหว่างชั้นเทของผนัง (ถ้าเทหลายชั้น) คือจุดรั่วที่พบบ่อย — ต้องใส่แผ่นกันซึมและทำความสะอาดผิวรอยต่อก่อนเทชั้นถัดไปเสมอ เช่นเดียวกับรอยต่อผนัง-พื้น