โยธาไทยออกแบบ คสล.เบต้า

ข้อกำหนดส่วนผสมคอนกรีต

ตาม มยผ. 1101-64 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง — กำลังเป้าหมาย ค่ายุบตัว ปริมาณน้ำ อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน ปริมาณปูนซีเมนต์ และแผนการเก็บตัวอย่าง

เอกสารนี้ไม่ใช่ของเสริม — กฎหมายบังคับให้แนบ

ประกาศ มท. พ.ศ. 2567 กำหนดให้แนบ เอกสารรายการคำนวณส่วนผสมคอนกรีตที่วิศวกรผู้ออกแบบส่วนผสมรับรอง เมื่อออกแบบด้วยวิธีหน่วยแรงใช้งานที่ f′c เกิน 147 กก./ซม.² หรือวิธีกำลังที่ f′c เกิน 153 กก./ซม.² — ค่าที่งานอาคารไทยใช้กันคือ 240 ซึ่งเกินทั้งสองเกณฑ์

ข้อมูลงาน

กำลังอัดที่ต้องการ
1กำลังอัดที่ต้องการ
กก./ซม.²

ค่าที่เขียนไว้ในแบบก่อสร้าง ระบบจะหาชนิดคอนกรีตตามตารางที่ 3 ให้

เรื่องนี้ผิดกันบ่อยมาก — ตัวอย่างทรงกระบอกให้กำลังราวร้อยละ 80 ของทรงลูกบาศก์ ถ้าแบบเขียน 240 โดยไม่ระบุรูปทรง แล้วห้องแล็บส่งผลมาคนละรูปทรง จะตีความผิดทันที มาตรฐานการออกแบบของ ว.ส.ท. ใช้ทรงกระบอกเป็นหลัก

กก./ซม.²
งานที่จะเทและวัสดุ
2งานที่จะเทและวัสดุ
มม.

เว้นว่างไว้ ระบบจะใช้ค่าสูงสุดที่มาตรฐานแนะนำสำหรับชิ้นส่วนนั้น

หินที่โตกว่าใช้น้ำน้อยกว่าเพราะพื้นที่ผิวรวมน้อยกว่า แต่ใช้ไม่ได้ถ้าเหล็กเสริมแน่นหรือชิ้นส่วนบาง

ความคงทน
3ความคงทน

สรุปข้อกำหนดส่วนผสม

ผ่านเกณฑ์
ชนิดคอนกรีต
ค3
กำลังที่ใช้ออกแบบส่วนผสม
325 กก./ซม.²
ค่ายุบตัว
100 มม.
ปูนซีเมนต์อย่างน้อย
320 กก./ลบ.ม.
1

ข้อกำหนดที่ได้

ทุกค่ามาจากตารางใน มยผ. 1101-64 โดยตรง

กำลังอัดที่ใช้ออกแบบส่วนผสม
325 กก./ซม.²
f′c + 8.5 MPa (85 กก./ซม.²) · ไม่มีข้อมูล s จึงใช้ตารางที่ 10
ค่ายุบตัว
100 มม.
ช่วงที่มาตรฐานแนะนำ 50–100 มม. · ระบบเลือกให้
ปริมาณน้ำ
190 ลิตร/ลบ.ม.
ที่ค่ายุบตัว 100 มม. และมวลรวมโตสุด 20 มม.
อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน
0.594
มาตรฐานไม่กำหนดเพดานสำหรับสภาวะนี้ กำลังอัดเป็นตัวคุมแทน
ปูนซีเมนต์อย่างน้อย
320 กก./ลบ.ม.
เกณฑ์ต่ำสุดตามตารางที่ 5 = 320
คลอไรด์สูงสุด
0.3%
ของน้ำหนักวัสดุประสาน · ทดสอบตาม ASTM C 1218
2

สิ่งที่หน้านี้ยังทำให้ไม่ได้ และต้องทำต่ออย่างไร

บอกตรง ๆ ดีกว่าให้ตัวเลขที่ดูน่าเชื่อถือแต่ใช้ไม่ได้จริง

  • สัดส่วนมวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียด — มยผ. 1101-64 ไม่ได้ให้วิธีคำนวณไว้ และระบุเองว่าสำหรับ ค4 ขึ้นไปหรือกรณีมีการทดลองผสม ปริมาณที่เหมาะสมต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้ออกแบบส่วนผสม
  • การปรับแก้ตามความชื้นของมวลรวมหน้างาน — ทรายที่เปียกพาน้ำเข้าส่วนผสมเพิ่ม ต้องหักออกจากน้ำที่ชั่ง
  • การทดลองผสมเพื่อยืนยันว่าได้กำลังตามเป้าจริง — เป็นขั้นตอนที่มาตรฐานถือว่าจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก

ทำไมไม่คำนวณสัดส่วนมวลรวมให้ — สัดส่วนที่ถูกต้องขึ้นกับความถ่วงจำเพาะ ขนาดคละ และโมดูลัสความละเอียดของหินและทรายจากแหล่งที่จะใช้จริง ซึ่งต่างกันทุกแหล่ง การเดาค่าเหล่านี้จะได้ตัวเลขที่ดูน่าเชื่อถือแต่ใช้ไม่ได้จริง ซึ่งอันตรายกว่าการไม่ให้เลย · มยผ. 1101-64 เองก็ระบุว่าสำหรับ ค4 ขึ้นไป ปริมาณที่เหมาะสมต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้ออกแบบส่วนผสม

3

ขั้นตอนการหาค่า

ทุกบรรทัดอ้างอิงข้อและหน้าของ มยผ. 1101-64

  1. 1ชนิดคอนกรีตค3 (ลูกบาศก์ 240 · ทรงกระบอก 210 กก./ซม.²)

    ชนิดที่เล็กที่สุดที่ยังให้กำลังถึง 240 กก./ซม.² เมื่อวัดด้วยตัวอย่างทรงลูกบาศก์ 150 มม. — สองรูปทรงให้ค่าต่างกันราว 20% จึงต้องระบุรูปทรงในแบบเสมอ

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 3 (ข้อ 4.6.1) หน้า 7

  2. 2f′cr325กก./ซม.²

    กำลังอัดที่ใช้ออกแบบส่วนผสม — ต้องเผื่อสูงกว่าที่ระบุในแบบ เพราะคอนกรีตแต่ละครั้งที่ผสมให้กำลังไม่เท่ากัน ถ้าออกแบบให้ได้พอดีค่าที่ต้องการ ครึ่งหนึ่งของการเทจะไม่ผ่าน · กรณีนี้ไม่มีข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน s จึงต้องใช้ตารางที่ 10 ซึ่งเผื่อไว้มากกว่า

    f′c + 8.5 MPa (85 กก./ซม.²)=240 + 85=325 กก./ซม.²

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 10 (ข้อ 5.2.3.2) หน้า 14–15

  3. 3ค่ายุบตัว100 มม. (ช่วงที่ยอมให้ 50–100 มม.)

    ค่ายุบตัวที่แนะนำสำหรับแผ่นพื้น คาน ผนัง ค.ส.ล. เมื่อใช้เครื่องสั่นสะเทือน — ยุบตัวมากเทง่ายแต่กำลังลด ยุบตัวน้อยกำลังดีแต่เทยากและอาจเป็นโพรง

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 11 (ข้อ 5.8.1) หน้า 20

  4. 4ปริมาณน้ำ190ลิตร/ลบ.ม.

    ปริมาณน้ำต่อคอนกรีต 1 ลบ.ม. ที่ค่ายุบตัว 100 มม. และมวลรวมหยาบโตสุด 20 มม. (มวลรวมสภาพอิ่มตัวผิวแห้ง)

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 6 (ข้อ 5.2.2.2) หน้า 11–12

  5. 5หมายเหตุปริมาณน้ำ

    ตารางที่ 6 เป็นค่าของส่วนผสมที่ไม่ได้ผสมสารลดน้ำหรือแร่ผสมเพิ่ม ถ้าใช้สารลดน้ำจะใช้น้ำน้อยกว่านี้ได้ที่ค่ายุบตัวเท่ากัน

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 6 หมายเหตุ 1) หน้า 12

  6. 6W/CM สูงสุดมาตรฐานไม่กำหนด

    อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสานสูงสุดตามสภาวะใช้งาน: งานทั่วไป ไม่มีเงื่อนไขความคงทนพิเศษ — มาตรฐานไม่ได้กำหนดเพดาน W/CM สำหรับกรณีนี้ กำลังอัดเป็นตัวคุมแทน — แต่ปริมาณน้ำที่มากเกินไปยังทำให้คอนกรีตอ่อนแอและเยิ้มแยกตัวได้ตามข้อ 5.2.2.2

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 7 (ข้อ 5.2.2.3) หน้า 12–13

  7. 7ปูนซีเมนต์ต่ำสุด320กก./ลบ.ม.

    ปริมาณปูนซีเมนต์ต่ำสุดของค3 กรณีไม่ได้ทดลองผสมโดยวิศวกร

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 5 (ข้อ 5.2.2.1) หน้า 11

  8. 8ปูนซีเมนต์ที่ใช้320กก./ลบ.ม.

    มีเกณฑ์เดียวที่ใช้ได้กับกรณีนี้

  9. 9W/CM ที่ได้0.594

    อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสานที่ได้จริงเมื่อใช้ปริมาณปูนซีเมนต์ข้างต้น

    ปริมาณน้ำ ÷ ปูนซีเมนต์=190 ÷ 320=0.594
  10. 10คลอไรด์สูงสุด0.3% ของน้ำหนักวัสดุประสาน

    ปริมาณคลอไรด์ไอออนที่ละลายน้ำได้สูงสุดในคอนกรีตสำหรับงาน คสล. อื่น คิดเป็นร้อยละของน้ำหนักวัสดุประสาน (ทดสอบตาม ASTM C 1218) — สำคัญเป็นพิเศษถ้าใช้ทรายทะเลหรือสารเคมีผสมเพิ่มที่มีคลอไรด์

    อ้างอิง: มยผ. 1101-64 ตารางที่ 8 (ข้อ 5.2.2.4) หน้า 13

คำเตือน: ยังไม่มีข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน s จึงใช้ตารางที่ 10 ซึ่งเผื่อไว้มากกว่า — ถ้าโรงงานคอนกรีตมีผลทดสอบ 30 ตัวอย่างติดต่อกันย้อนหลังไม่เกิน 1 ปี ให้กรอก s เข้ามา จะได้กำลังเป้าหมายที่ต่ำลงและประหยัดปูนซีเมนต์
คำเตือน: ห้ามเติมน้ำที่หน้างานเพื่อให้เทง่ายขึ้นเด็ดขาด — น้ำที่เติมเพิ่มทำให้ W/CM สูงขึ้นและกำลังอัดลดลงทันที ถ้าคอนกรีตแข็งเกินไปต้องแก้ด้วยสารลดน้ำ ไม่ใช่น้ำ
คำเตือน: ต้องทดสอบค่ายุบตัวทุกครั้งที่เปลี่ยนอัตราส่วนผสม ตาม มยผ. 1209 และเก็บตัวอย่างอย่างน้อยครั้งละ 3 ก้อน อย่างน้อยวันละครั้งที่มีการเทคอนกรีต และทุก ๆ 50 ลบ.ม. (กรณีพื้นและผนัง ทุก ๆ 250 ตร.ม.)
คำเตือน: ต้องเก็บตัวอย่างใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนแหล่งทรายหรือหิน-กรวด เพราะวัสดุคนละแหล่งให้กำลังต่างกันแม้ใช้สัดส่วนเดิม