รั้วและฐานรากตีนเป็ด
ออกแบบเสารั้วและฐานรากตีนเป็ดจากแรงลมตาม มยผ.1311-50 — แยกเสาช่วงกลางกับเสาปลายแถวและเสามุมซึ่งรับแรงลมเกือบสองเท่า พร้อมโหมดรั้วบนแนวเขตที่ดิน
ทำไมรั้วถึงล้มจากปลายแถวก่อนเสมอ
มยผ.1311-50 รูปที่ ข.11 กำหนดว่าเมื่อลมพัดเฉียง 45° ให้แบ่งความยาวรั้วเป็นสามส่วน แล้วแถบปลายด้านที่รับลมใช้ค่าสัมประสิทธิ์แรงลม 1.9 เท่าของช่วงกลาง ส่วนปลายอีกด้าน ใช้เพียง 0.1 เท่า — แปลว่าเสาปลายแถวและเสามุมรับแรงลมเกือบสองเท่าของเสาช่วงกลาง ทั้งที่แบบส่วนใหญ่เขียนให้ฐานขนาดเดียวกันทั้งแนว
หน้านี้จึงออกแบบสองกรณีเสมอ และถ้าเสาปลายไม่ผ่าน ทางแก้คือขยายเฉพาะฐานเสาปลาย และเสามุม ไม่ใช่ขยายทั้งแนวซึ่งเปลืองโดยไม่จำเป็น
ข้อมูลรั้ว
รูปแนวรั้วและฐานราก
เสาในแถบปลายรับแรงลมเกือบสองเท่า ของเสาช่วงกลาง ทั้งที่หน้าตาเหมือนกัน — และแถบนี้ยาวถึงหนึ่งในสามของแนวรั้ว ไม่ใช่แค่เสาต้นสุดท้ายต้นเดียว · ลมพัดได้ทั้งสองข้าง ปลายรั้วทั้งสองด้านจึงต้องออกแบบเหมือนกัน
ทิศลมที่ควบคุมการออกแบบ คือทิศที่ดันรั้วล้มออกไปทางแนวเขต เพราะฐานยื่นไป ทางนั้นไม่ได้ แขนต้านจึงสั้นที่สุด · ดินที่กลบทับบนฐาน เป็นน้ำหนักถ่วงที่ได้มาฟรี ฝังลึกขึ้นมักช่วยให้ผ่านเกณฑ์โดยไม่ต้องขยายฐาน
ยังไม่ผ่านเกณฑ์ — ให้ระบบช่วยหาขนาดที่ผ่านไหม
ระบบจะไล่หา ขนาดที่เล็กที่สุดที่ยังผ่านเกณฑ์ ให้ (ไม่ใช่โยนขนาดใหญ่ๆ ให้จบๆ ไป เพราะขนาดที่เกินจำเป็นคือค่าก่อสร้างที่เสียเปล่า) พร้อมอธิบายว่าทำไมต้องแก้ทางนั้น
สรุปผลการออกแบบ
ไม่ผ่านเกณฑ์- เสาทั้งหมด
- 11ต้น
- แถบปลายที่ต้องออกแบบพิเศษ
- ข้างละ 10ม.
- C_pa จากตาราง ข-1
- 1.15
- แรงลม เสาช่วงกลาง
- 97.3กก./ม.²
- แรงลม เสาปลาย/มุม
- 184.9กก./ม.²
- ที่ดินที่ต้องใช้จากแนวเขต
- 0.6ม.
เปรียบเทียบเสาสองกรณี
ฐานขนาดเดียวกัน เสาหน้าตาเหมือนกัน แต่ผลต่างกันมาก
| รายการ | เสาช่วงกลางแนวรั้ว | เสาปลายแถวและเสามุม |
|---|---|---|
| ค่า C_p ที่ใช้ | 1.15 | 2.185 |
| หน่วยแรงลม (กก./ม.²) | 97.3 | 184.9 |
| โมเมนต์โคนเสา (กก.·ม.) | 583.7 | 1109.1 |
| เหล็กยืนต่อหนึ่งหน้า | 2-DB16 | 2-DB20 |
| เหล็กปลอก | RB9 @ 15 ซม. | RB9 @ 15 ซม. |
| SF พลิกคว่ำ (≥ 2.00) | 1.95 | 1.03 |
| SF เลื่อนไถล (≥ 1.50) | 2.6 | 1.37 |
| แรงดันใต้ฐานสูงสุด (กก./ม.²) | 5769 | 105813 |
| ผลรวม | ไม่ผ่าน | ไม่ผ่าน |
รายการคำนวณ
ทุกค่ามีที่มาอ้างอิงกำกับ
- 1b/d15
อัตราส่วนความยาวรั้วต่อความสูงรั้ว — รั้วตั้งจากพื้นดิน แผ่นรับลมจึงสูงเท่ากับรั้วทั้งต้น (d = h) ทำให้ใช้แถวสุดท้ายของตาราง ข-1 ที่ระบุว่า “กรณีของกำแพง หรือป้ายที่ตั้งขึ้นมาจากพื้น”
b/d = ความยาวรั้ว ÷ ความสูงรั้ว=30 / 2=15อ้างอิง: มยผ.1311-50 ตารางที่ ข-1 หน้า 79
- 2C_pa1.15
สัมประสิทธิ์หน่วยแรงลมเฉลี่ยของกำแพงอิสระ — รั้วยาวทั่วไปมี b/d เกิน 5 เกือบเสมอ (ยาวหลายสิบเมตรแต่สูงแค่สองเมตร) จึงได้ค่าต่ำสุดของตารางคือ 1.15
อ้างอิง: มยผ.1311-50 ตารางที่ ข-1 แถว d/h = 1.0 หน้า 79
- 3C_g2.35
ค่าประกอบการกระโชกของลมสำหรับป้ายและกำแพง — สูงกว่าโครงสร้างหลักของอาคาร (2.0) เพราะรั้วเบาและตอบสนองต่อลมกระโชกได้ไวกว่าตัวอาคาร
อ้างอิง: มยผ.1311-50 ข้อ 2.5 ตารางค่า C_g วิธีอย่างง่าย หน้า 15–16
- 4แถบปลายรั้วยาวข้างละ 10 ม. (ประมาณ 8 ต้นจากทั้งหมด 11 ต้น)
เมื่อลมพัดเฉียง 45° มาตรฐานให้แบ่งความยาวรั้วเป็นสามส่วน แถบปลายด้านที่ขอบชี้เข้าหาลมใช้ C_p = 1.9 C_pa ส่วนกลางใช้ C_pa และปลายอีกด้านใช้เพียง 0.1 C_pa — เสาปลายแถวและเสามุมจึงรับแรงลมเกือบสองเท่าของเสาช่วงกลาง ทั้งที่หน้าตาเหมือนกัน นี่คือเหตุผลที่รั้วมักเริ่มล้มจากปลายแถวก่อนแล้วล้มต่อกันเป็นโดมิโน
อ้างอิง: มยผ.1311-50 รูปที่ ข.11 ค. และ ง. หน้า 78
- 5แขนต้านพลิกคว่ำ0.6ม.
ฐานวางกึ่งกลางเสา น้ำหนักฐานและดินถ่วงอยู่ห่างจากจุดหมุน (ขอบฐาน) เท่ากับครึ่งหนึ่งของความยาวฐาน
L_f / 2=1.2 / 2=0.6 ม. - 6ΣW3,038กก.
น้ำหนักรวมที่ถ่วงเสาหนึ่งต้น = แผงรั้ว 1080 + ตัวเสา 187 + ฐานราก 864 + ดินทับบนฐาน 907 กก. · ดินที่กลบทับบนฐานคือของฟรีที่ช่วยถ่วงได้จริง จึงควรฝังฐานให้ลึกพอ ไม่ใช่วางแค่ระดับผิวดิน
- 7p ช่วงกลาง97.3กก./ม.²
หน่วยแรงลมออกแบบของเสาช่วงกลาง = q·C_e × C_g × C_pa
p = q·C_e × C_g × C_p × อัตราส่วนพื้นที่ทึบ=36 × 2.35 × 1.15=97.3 กก./ม.²อ้างอิง: มยผ.1311-50 รูปที่ ข.11 ข. (θ = 0°) หน้า 78
- 8p แถบปลาย184.9กก./ม.²
หน่วยแรงลมออกแบบของเสาปลายแถวและเสามุม — ใช้ C_p = 1.9 C_pa ตามรูป ข.11 ค./ง. ต้องตรวจทั้งลมเฉียงซ้ายและขวา เพราะลมพัดได้ทั้งสองข้าง ปลายรั้วทั้งสองด้านจึงต้องออกแบบเหมือนกัน
อ้างอิง: มยผ.1311-50 รูปที่ ข.11 ค. และ ง. (θ = ±45°) หน้า 78
- 9M โคนเสาปลาย1,109.1กก.·ม.
โมเมนต์ที่โคนเสาปลาย = แรงลมทั้งหมดที่แผงฝากไว้ คูณระยะถึงกึ่งกลางความสูง (แรงลมแผ่สม่ำเสมอตลอดความสูงรั้ว จุดกระทำลัพธ์จึงอยู่กึ่งกลาง)
M = p × H × S × H/2=184.9 × 2 × 3 × 1=1,109.1 กก.·ม. - 10SF พลิกคว่ำ (เสาปลาย)1.03
โมเมนต์ต้าน ÷ โมเมนต์พลิก ของเสาปลายซึ่งเป็นกรณีวิกฤต — ฐานรากของรั้วอยู่ใต้กฎกระทรวงฯ ฐานราก เพราะรั้วที่ติดที่สาธารณะเป็น “อาคาร” ตามนิยามของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
ΣW × แขนต้าน ÷ M=1823 / 1109.1=1.03อ้างอิง: กฎกระทรวงฯ ฐานราก 2566 ข้อ 31 (ต้องไม่น้อยกว่า 2.00) หน้า 11
- 11ทรายหยาบรองพื้น0.072ลบ.ม.
บดอัดแน่นทำหน้าที่เป็นท้องแบบหล่อ กันดินไหลปนเนื้อคอนกรีต และปรับระดับก้นหลุมที่ขุดมาไม่เรียบให้ได้ระดับก่อนวางเหล็ก
พื้นที่ × ความหนาทราย=1.44 × 0.05=0.072 ลบ.ม.อ้างอิง: เกณฑ์ปฏิบัติงานก่อสร้างทั่วไป ชั้นทรายรองพื้น หน้า foundation-bedding-sand-lean-concrete.md
- 12คอนกรีตหยาบ0.072ลบ.ม.
คอนกรีตกำลังต่ำไม่เสริมเหล็ก ผสม 1:3:5 โดยปริมาตร กันน้ำปูนจากคอนกรีตตัวจริงไหลซึมลงดิน และให้ผิวเรียบควบคุมระยะหุ้มเหล็กชั้นล่างสุดได้แม่นยำ
พื้นที่ × ความหนาคอนกรีตหยาบ=1.44 × 0.05=0.072 ลบ.ม.อ้างอิง: เกณฑ์ปฏิบัติงานก่อสร้างทั่วไป คอนกรีตหยาบ (lean concrete) หน้า foundation-bedding-sand-lean-concrete.md