โยธาไทยออกแบบ คสล.เบต้า

งานผนังก่อ — เสาเอ็น คานเอ็น เหล็กยึดผนัง

ผนังก่อรับแรงดึงจากการดัดได้แทบไม่มี จึงต้านแรงลมด้วยตัวเองไม่ได้ — เสาเอ็นและคานเอ็นคือโครงที่แบ่งผนังเป็นแผงเล็ก ๆ แล้วรับแรงแทน ไม่ใช่ของประดับ

หน้านี้แยกให้ชัดว่าอะไรคำนวณได้ อะไรเป็นเกณฑ์ปฏิบัติ

ตรวจแล้วว่า ไม่มีมาตรฐาน มยผ. สำหรับงานก่อ — ชุด มยผ. 1101–1106 ครอบคลุมแค่คอนกรีต คอนกรีตอัดแรง เหล็กเสริม ไม้ ฐานราก และเสาเข็ม ส่วนประกาศ มท. 2567 ข้อ 28 กำหนดแค่มาตรฐานวัสดุก่อ (มอก. 57/60/77) ไม่ได้กำหนดระยะเสาเอ็นไว้

สิ่งที่ คำนวณได้จริง คือแรงลมที่กระทำผนังตาม มยผ. 1311 และการออกแบบเสาเอ็น/คานเอ็นเป็นองค์อาคาร คสล. รับแรงนั้น · ส่วนระยะ 2.5 ม. และเหล็ก 2-RB6 เป็น เกณฑ์ปฏิบัติจากแบบมาตรฐาน ซึ่งระบบจะตรวจให้ว่าพอกับแรงลมที่คำนวณได้หรือไม่

ข้อมูลผนัง

ขนาดผนัง
1ขนาดผนัง
ไม่บังคับ
ม.

วัดระหว่างเสาโครงสร้างสองต้นที่ขนาบผนังแผงนี้

ม.

จากพื้นถึงท้องคานชั้นบน

ซม.
แรงลม
2แรงลม
กก./ม.²
ช่องเปิดและระยะที่ต้องการ
3ช่องเปิดและระยะที่ต้องการ
ม.

ใช้ตรวจว่าคานทับหลังตามแบบมาตรฐานพอหรือต้องออกแบบเป็นคาน คสล. จริง

ม.

เว้นว่าง = ระบบแบ่งเท่า ๆ กันให้

ม.

เว้นว่าง = ระบบแบ่งให้

วัสดุ
4วัสดุ
กก./ซม.²

คอนกรีตที่ใช้เทเสาเอ็นและคานเอ็น — งานทั่วไปใช้ 240

แบบมาตรฐานใช้ RB6 ซึ่งเป็นเหล็กกลม แต่ชั้นคุณภาพนี้ใช้คิดหน่วยแรงที่ยอมให้

รูปด้านผนังที่กำลังกรอก

เสาเอ็นทุก 2 ม.ผนังยาว 6 ม.สูง 3 ม.คานเอ็นทุก 1.5 ม.เหล็กยึดผนังทุก 40 ซม.เหล็กทแยงมุมช่องเปิด
รูปด้านผนังก่อ — เสาเอ็น 4 ต้น · คานเอ็น 1 เส้น (ไม่นับคานโครงสร้างบนล่าง) · เขียนตามสัดส่วนจริง

เสาเอ็น ต้องมีที่ปลายผนังทั้งสองข้างเสมอ ไม่ว่าระยะที่คำนวณจะออกมาเท่าไร · คานเอ็น แบ่งผนังในแนวดิ่ง · เหล็กยึดผนัง เสียบจากเสาโครงสร้างเข้าไปในแนวปูนก่อ

สรุปผลการออกแบบ

ผ่านเกณฑ์
เสาเอ็น
4 ต้น · ทุก 2 ม.
คานเอ็น
1 เส้น · ทุก 1.5 ม.
แรงลมออกแบบ
81 กก./ม.²
เหล็กยึดผนัง
RB6 @ 40 ซม.
1

เหล็กที่ต้องใช้ เทียบกับแบบมาตรฐาน

แบบมาตรฐานให้ 2-RB6 ปลอก RB6 @ 20 ซม.

เสาเอ็น (แนวดิ่ง)
ต้องการ 0.099 ซม.²
ช่วงพาด 1.5 ม. · แรงแผ่ 40.5 กก./ม. · โมเมนต์ 11.4 กก.·ม.
แบบมาตรฐานให้ 0.565 ซม.² — พอ
คานเอ็น (แนวนอน)
ต้องการ 0.215 ซม.²
ช่วงพาด 2 ม. · แรงแผ่ 49.4 กก./ม. · โมเมนต์ 24.7 กก.·ม.
แบบมาตรฐานให้ 0.565 ซม.² — พอ
เหล็กยึดผนัง (หนวดกุ้ง)
RB6 @ 40 ซม.
ฝังในเสา 20 ซม. · ยื่นเข้าผนัง 40 ซม.
รับแรงเส้นละ 16.2 กก.
เหล็กมุมช่องเปิด
RB6 ยาว 60 ซม.
วางทแยง 45° ที่มุมช่องเปิดทั้งสี่มุม มุมละ 1 เส้น — ตัดขวางแนวรอยร้าวที่วิ่งเฉียงออกจากมุม
2

เกณฑ์ปฏิบัติที่ต้องทำ แม้ไม่ได้มาจากการคำนวณ

ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับใด แต่ละเลยแล้วผนังร้าวและล้มจริง

  • ระยะห่างเสาเอ็นและคานเอ็นไม่เกิน 2.5 ม. ทั้งสองแนว — มาจากแบบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงหรือ มยผ. ฉบับใด (ตรวจแล้ว ชุด มยผ. 1101–1106 ไม่มีมาตรฐานงานก่อ)
  • ต้องมีเสาเอ็นที่มุมผนังทุกมุม · ที่ปลายผนังที่ก่อลอยไม่ชนเสา · และทั้งสองข้างของช่องเปิดทุกช่อง
  • ต้องมีคานเอ็นเหนือช่องเปิดทุกช่อง (คานทับหลัง) โดยยื่นเลยขอบช่องเปิดข้างละอย่างน้อย 20 ซม. เพื่อถ่ายน้ำหนักลงผนังข้างเคียง
  • หน้าตัดเสาเอ็นและคานเอ็นทำเท่าความหนาผนัง (10 ซม.) เหล็กยืน 2-RB6 ปลอก RB6 @ 20 ซม.
  • เหล็กยึดผนัง (หนวดกุ้ง) ฝังในเสาอย่างน้อย 20 ซม. และยื่นเข้าไปในแนวปูนก่ออย่างน้อย 40 ซม. เรียงทุก 40 ซม. ตามแนวดิ่ง
3

ขั้นตอนการคำนวณ

ทุกบรรทัดมีที่มากำกับ

  1. 1p ลม81กก./ม.²

    แรงลมออกแบบตั้งฉากผนัง สำหรับพื้นที่ผนังทั่วไป

    p = (q·Ce) × Cg × Cp*=36 × 2.5 × 0.9=81 กก./ม.²

    อ้างอิง: มยผ. 1311-50 หน่วยแรงลมเฉพาะที่สำหรับผนังภายนอก (Cg = 2.5 · Cp* ผนังทั่วไป ±0.9 · แถบขอบ −1.2) หน้า ตาราง Cp*

  2. 2แบ่งแผงแนวนอน 3 ช่วง (ห่าง 2 ม.) · แนวดิ่ง 2 ช่วง (ห่าง 1.5 ม.)

    แบ่งผนังด้วยเสาเอ็นและคานเอ็นให้แต่ละแผงไม่ใหญ่เกิน 2.5 ม. — อิฐก่อรับแรงดึงจากการดัดได้แทบไม่มี ผนังจึงต้านแรงลมด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องมีโครง คสล. มารับแทน

    อ้างอิง: แบบมาตรฐานงานอาคารที่ใช้ทั่วไป — เกณฑ์ปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย

  3. 3ถ่ายน้ำหนักด้านสั้น 40.5 · ด้านยาว 49.4 กก./ม.

    แผงผนังมีที่รองรับครบสี่ด้าน จึงถ่ายแรงลมสองทางเหมือนพื้นสองทาง — องค์อาคารด้านยาวของแผงรับมากกว่าด้านสั้น เพราะพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูใหญ่กว่ารูปสามเหลี่ยม

    ด้านสั้น w = p·S/3 · ด้านยาว w = (p·S/3)(3 − m²)/2=S = 1.5 · L = 2 · m = 0.75=ด้านสั้น 40.5 · ด้านยาว 49.4 กก./ม.

    อ้างอิง: rc-design-wsd 5.2 การถ่ายน้ำหนักลงคานของพื้นสองทาง หน้า 90

  4. 4M เสาเอ็น11.4กก.·ม.

    โมเมนต์ในเสาเอ็น — พาดในแนวดิ่งระหว่างคานเอ็นห่าง 1.5 ม. รับแรงแผ่ 40.5 กก./ม. จากการถ่ายน้ำหนักสองทางข้างต้น

    M = w × ช่วงพาด² / 8=40.5 × 1.5² / 8=11.4 กก.·ม.

    อ้างอิง: rc-design-wsd 3.2 คานเสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว หน้า 41

  5. 5As เสาเอ็น0.099ซม.²

    เหล็กยืนที่ต้องการในเสาเอ็น

    As = M / (fs · j · d)=1139 / (1700 × 0.879 × 7.7)=0.099 ซม.²
  6. 6M คานเอ็น24.7กก.·ม.

    โมเมนต์ในคานเอ็น — พาดในแนวนอนระหว่างเสาเอ็นห่าง 2 ม. รับแรงแผ่ 49.4 กก./ม.

    M = w × ช่วงพาด² / 8=49.4 × 2² / 8=24.7 กก.·ม.
  7. 7As คานเอ็น0.215ซม.²

    เหล็กยืนที่ต้องการในคานเอ็น

    As = M / (fs · j · d)=2468 / (1700 × 0.879 × 7.7)=0.215 ซม.²
  8. 8As แบบมาตรฐาน0.565ซม.²

    เหล็กที่แบบมาตรฐานกำหนดไว้ 2-RB6 — ระบบเทียบให้ว่าพอกับแรงลมที่คำนวณได้หรือไม่

    อ้างอิง: แบบมาตรฐานงานอาคารที่ใช้ทั่วไป — เกณฑ์ปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย

  9. 9แรงต่อเหล็กยึด 1 เส้น16.2กก.

    แรงลมที่ผนังถ่ายเข้าเสาโครงสร้างที่ขอบ หารด้วยจำนวนเหล็กยึด — เรียงทุก 40 ซม. ตามแนวดิ่ง (ราวทุก 5–6 ชั้นอิฐ)

    w ขอบแนวดิ่ง × ระยะเรียงเหล็กยึด=40.5 × 0.4=16.2 กก.
  10. 10เหล็กมุมช่องเปิดRB6 ยาว 60 ซม. มุมละ 1 เส้น ทั้งสี่มุม

    เหล็กทแยง 45° ที่มุมช่องเปิดทั้งสี่มุม — มุมช่องเปิดเป็นจุดที่หน่วยแรงกระจุกตัว รอยร้าวจึงวิ่งเฉียงออกจากมุมเสมอ เหล็กเส้นนี้ตัดขวางแนวรอยร้าวไว้

    อ้างอิง: แบบมาตรฐานงานอาคารที่ใช้ทั่วไป — เกณฑ์ปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย

คำเตือน: ตำแหน่งที่เสาเอ็นและคานเอ็นต้องมีแน่นอน ไม่ขึ้นกับระยะห่างที่คำนวณ: มุมผนังทุกมุม · ปลายผนังที่ก่อลอย · สองข้างของช่องเปิดทุกช่อง · เหนือช่องเปิดทุกช่อง
คำเตือน: เสาเอ็นและคานเอ็นต้องเทหลังก่ออิฐเสร็จแล้ว ไม่ใช่เทก่อนแล้วก่ออิฐชน — เพราะต้องให้คอนกรีตแทรกเข้าไปประสานกับอิฐที่ก่อทิ้งฟันไว้ ถ้าเทก่อนจะเป็นรอยต่อเรียบที่แยกออกจากกันได้