ฐานรากคานรัด (Strap Footing)
ทางออกของเสาที่อยู่ชิดแนวเขตที่ดินจนวางฐานรากปกติไม่ได้ — ใช้คานรัดโยงไปยึดกับฐานของเสาต้นในเพื่อดึงแรงลัพธ์กลับเข้าศูนย์กลางฐาน
ทำไมฐานรากปกติใช้ไม่ได้เมื่อชิดแนวเขต
ฐานรากทั่วไปต้องยื่นรอบเสาเท่า ๆ กัน ซึ่งจะล้ำเข้าไปในที่ดินข้างเคียง ทางเดียวที่ทำได้คือให้ฐาน ยื่นเข้ามาข้างในอย่างเดียว ซึ่งทำให้เสาไปอยู่ริมฐาน เกิดการเยื้องศูนย์รุนแรง แรงดันใต้ฐานเอียงจนด้านในลอย และฐานหมุนพาเสาเอียงตาม
คานรัดแก้ที่ต้นเหตุ — โยงจากตอม่อเสาริมไปยึดกับตอม่อเสาต้นใน คานรัดถ่ายโมเมนต์ไปให้ฐานใน ทำให้แรงลัพธ์ที่ฐานริมกลับมาผ่านศูนย์กลางฐานพอดี แรงดันใต้ฐานจึงสม่ำเสมอ — ต่างจากการยืดฐานให้ยาวขึ้นเฉย ๆ ซึ่งไม่ได้แก้การเยื้องศูนย์
ข้อมูลฐานราก
รูปฐานรากคานรัดที่กำลังกรอก
แนวเขตที่ดิน คือเหตุผลทั้งหมดที่ต้องใช้ระบบนี้ — ฐานยื่นออกไปทางซ้ายไม่ได้ จึงยื่นเข้าด้านในอย่างเดียว เสาเลยไปอยู่ริมฐาน · คานรัด รับโมเมนต์ลบตลอดช่วง เหล็กหลักจึงอยู่ผิวบน ไม่ใช่ผิวล่างเหมือนคานทั่วไป
สรุปผลการออกแบบ
ผ่านเกณฑ์- ฐานริม
- 1.85 × 1.5 ม.
- ฐานใน
- 1.8 × 1.8 ม.
- เหล็กบนคานรัด
- 5-DB25
- แรงดันใต้ฐานริม
- 19,998 กก./ม.²
แรงที่เกิดขึ้นจริงในระบบ
ตัวเลขที่คนมักเข้าใจผิดสองตัว
ระยะเยื้องศูนย์ x = 0.775 ม. — ถ้าไม่มีคานรัด ระยะนี้จะทำให้แรงดันใต้ฐานเอียงจนด้านในลอยขึ้นจากดิน คานรัดดึงแรงลัพธ์กลับมาผ่านศูนย์กลางฐานพอดี แรงดันจึงสม่ำเสมอทั้งฐาน
ขั้นตอนการคำนวณ
ทุกบรรทัดตรวจย้อนได้จากสมดุลสถิตยศาสตร์
- 1x0.775ม.
ระยะเยื้องศูนย์ — จากแนวศูนย์กลางเสาริม ถึงศูนย์กลางฐานริม เกิดขึ้นเพราะฐานยื่นเข้าด้านในได้อย่างเดียว
x = ความยาวฐาน/2 − ระยะจากศูนย์กลางเสาถึงแนวเขต=1.85/2 − 0.15=0.775 ม. - 2R₁47,337กก.
แรงปฏิกิริยาใต้ฐานริม — หาจากสมดุลโมเมนต์รอบแนวเสาใน โดยตั้งเงื่อนไขว่าแรงดันใต้ฐานริมต้องสม่ำเสมอ (แรงลัพธ์ผ่านศูนย์กลางฐานพอดี)
R₁ = P₁ · S / (S − x)=40,000 × 5 / (5 − 0.775)=47,337 กก. - 3R₂52,663กก.
แรงปฏิกิริยาใต้ฐานใน — น้อยกว่าน้ำหนักเสาในเสมอ เพราะส่วนหนึ่งถูกยืมไปช่วยถ่วงฐานริม ข้อนี้คนมักลืมแล้วออกแบบฐานในใหญ่เกินจำเป็น
R₂ = P₁ + P₂ − R₁=40,000 + 60,000 − 47,337=52,663 กก. - 4V คานรัด7,337กก.
แรงเฉือนในคานรัด คงที่ตลอดช่วงระหว่างฐานทั้งสอง — คือส่วนที่ฐานริมได้รับเกินกว่าน้ำหนักเสาของตัวเอง
V = R₁ − P₁=47,337 − 40,000=7,337 กก. - 5M คานรัด31,000กก.·ม.
โมเมนต์สูงสุดในคานรัด — แรงเฉือนคงที่ทำให้โมเมนต์เพิ่มเป็นเส้นตรง สูงสุดที่ปลายด้านเสาใน · เป็นโมเมนต์ลบ ดึงผิวบนของคาน เหล็กหลักจึงอยู่ด้านบน
M = V × (S − x)=7,337 × 4.225=31,000 กก.·ม. - 6q ฐานริม19,998กก./ม.²
แรงดันใต้ฐานริม — สม่ำเสมอทั้งฐานเพราะคานรัดดึงแรงลัพธ์มาผ่านศูนย์กลางฐานแล้ว (รวมน้ำหนักฐานและดินกลบ)
R₁ / (ยาว × กว้าง) + น้ำหนักฐานและดินกลบ=47,337 / (1.85 × 1.5) + 2940=19,998 กก./ม.²อ้างอิง: กฎกระทรวงฯ ฐานราก พ.ศ. 2566 กำลังแบกทานที่ยอมให้ หน้า 5
- 7ฐานใน1.8 × 1.8 ม.
ขนาดฐานในที่ต้องใช้ คิดจาก R₂ ซึ่งน้อยกว่าน้ำหนักเสาในอยู่แล้ว — ฐานในจึงเล็กกว่าที่หลายคนคาด
ด้าน = √(R₂ / กำลังแบกทานสุทธิ)=√(52,663 / 17,060)=1.8 × 1.8 ม. - 8As คานรัด22.43ซม.²
เหล็กหลักของคานรัด อยู่ที่ ผิวบน เพราะคานรัดรับโมเมนต์ลบตลอดช่วง — วางผิวล่างเท่ากับไม่มีเหล็กรับแรง
As = M / (fs · j · d)=3100000 / (1700 × 0.879 × 92.5)=22.43 ซม.²อ้างอิง: rc-design-wsd 3.2 คานเสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว หน้า 41
- 9Mc คานรัด59,078กก.·ม.
โมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีตของหน้าตัดคานรัด — ถ้าโมเมนต์ในคานเกินค่านี้ ต่อให้ใส่เหล็กเพิ่มคอนกรีตฝั่งอัดก็รับไม่ไหว ต้องขยายหน้าตัด
Mc = Rbd² · R = ½fc·k·j=17.26 × 40 × 92.5²=59,078 กก.·ม.อ้างอิง: rc-design-wsd 3.4 ขั้นตอนออกแบบ ข้อ 4 หน้า 43
- 10v คานรัด1.98กก./ซม.²
หน่วยแรงเฉือนในคานรัด (แรงเฉือนคงที่ตลอดช่วง) — คอนกรีตรับเอง 4.49 เพดานเมื่อมีปลอก 20.45 กก./ซม.²
v = V / (b·d)=7,337 / (40 × 92.5)=1.98 กก./ซม.²อ้างอิง: rc-design-wsd 3.6 แรงเฉือนคาน หน้า 60–66
- 11ทรายหยาบรองพื้น0.239ลบ.ม.
บดอัดแน่นทำหน้าที่เป็นท้องแบบหล่อ กันดินไหลปนเนื้อคอนกรีต และปรับระดับก้นหลุมที่ขุดมาไม่เรียบให้ได้ระดับก่อนวางเหล็ก
พื้นที่ × ความหนาทราย=4.775 × 0.05=0.239 ลบ.ม.อ้างอิง: เกณฑ์ปฏิบัติงานก่อสร้างทั่วไป ชั้นทรายรองพื้น หน้า foundation-bedding-sand-lean-concrete.md
- 12คอนกรีตหยาบ0.239ลบ.ม.
คอนกรีตกำลังต่ำไม่เสริมเหล็ก ผสม 1:3:5 โดยปริมาตร กันน้ำปูนจากคอนกรีตตัวจริงไหลซึมลงดิน และให้ผิวเรียบควบคุมระยะหุ้มเหล็กชั้นล่างสุดได้แม่นยำ
พื้นที่ × ความหนาคอนกรีตหยาบ=4.775 × 0.05=0.239 ลบ.ม.อ้างอิง: เกณฑ์ปฏิบัติงานก่อสร้างทั่วไป คอนกรีตหยาบ (lean concrete) หน้า foundation-bedding-sand-lean-concrete.md
สิ่งที่ยังต้องตรวจต่อ
หน้านี้ไม่ได้ทำให้ทั้งหมด
- แรงเฉือนทะลุและแรงเฉือนคานของตัวฐานทั้งสอง — ตรวจต่อได้ที่หน้าออกแบบฐานราก โดยใช้ R₁ และ R₂ ที่ได้จากหน้านี้เป็นน้ำหนักลงฐาน
- การทรุดตัวต่างกันระหว่างฐานสองตัว ซึ่งจะทำให้คานรัดรับโมเมนต์เพิ่มจากที่คำนวณไว้
- กรณีมีแรงด้านข้างจากดินหรือแผ่นดินไหว ซึ่งทำให้เกิดโมเมนต์เพิ่มในคานรัด